ตกลง
กระทรวงเกษตรฯ สร้างนวัตกรรมแอปพลิเคชัน“รู้จริง พืช ดิน ปุ๋ย”
14 ก.ย. 2563
701
0
แอปพลิเคชัน“รู้จริง พืช ดิน ปุ๋ย”
กระทรวงเกษตรฯสร้างนวัตกรรมแอปพลิเคชัน“รู้จริง
กระทรวงเกษตรฯ สร้างนวัตกรรมแอปพลิเคชัน“รู้จริง พืช ดิน ปุ๋ย”

กระทรวงเกษตรฯ ดึงกูรูพืช-ดินผนึกกำลังสร้างนวัตกรรมแอปพลิเคชัน“รู้จริง พืช ดิน ปุ๋ย”

        กระทรวงเกษตรฯ โดย กรมวิชาการเกษตร ผสานองค์ความรู้ กรมพัฒนาที่ดิน สร้างสุดยอดแอปพลิเคชัน“รู้จริง พืช ดิน ปุ๋ย”โชว์แอฟฯ เดียวในประเทศไทยให้คำแนะนำสูตรปุ๋ยและอัตราการใช้ที่เหมาะสมกับพืชและดินครบถ้วน รู้ผลแบบเรียลไทม์  แม่นยำใช้งานง่ายไม่ต้องเสียเวลาเก็บตัวอย่างดินรอผลตรวจอีกต่อไป  มั่นใจแอฟฯ ผู้ช่วยตัวจริงลดต้นทุนใช้ปุ๋ยให้เกษตรกร พร้อมเปิดตัวแอปฯ ให้บริการแล้วกว่า 60 ชนิดพืชครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

        นายอนันต์  สุวรรณรัตน์  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรกรรมมากกว่า 149 ล้านไร่  แต่พื้นที่ปลูกพืชส่วนใหญ่ธาตุอาหารในดินถูกพืชดึงไปใช้ประโยชน์และขาดการปรับปรุงบำรุงดิน  ทำให้ผลผลิตพืชลดน้อยลง  เกษตรกรจึงต้องพึ่งพาการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิตโดยมีความเชื่อว่าหากใส่ปุ๋ยเคมีในปริมาณมากจะทำให้พืชให้ผลผลิตมากหรือบางรายใส่ตามความเคยชินเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตจากการใช้ปุ๋ยที่สูงขึ้นซึ่งหลักการใส่ปุ๋ยเพื่อให้พืชได้รับประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักวิชาการเกษตรกรต้องรู้จักศักยภาพของดินในพื้นที่ต้องการปลูกพืชก่อนว่ามีความสมบูรณ์มากน้อยเพียงใดเนื่องจากการใส่ปุ๋ยจำเป็นต้องพิจารณาความต้องการธาตุอาหารของพืชร่วมกับคุณลักษณะของดิน   ซึ่งนอกจากจะช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารตรงตามความต้องการแล้วยังช่วยประหยัดต้นทุนการใช้ปุ๋ยให้เกษตรกรได้อย่างมากอีกด้วย

     กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรดังนั้นจึงมีแนวคิดให้กรมวิชาการเกษตรซึ่งมีองค์ความรู้ทางวิชาการความต้องการธาตุอาหารเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชแต่ละชนิดและแต่ละช่วงเวลาการเจริญเติบโต ในขณะที่กรมพัฒนาที่ดินมีฐานข้อมูลชุดดินอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 300 ชนิดโดยให้ทั้ง 2 หน่วยงานนำองค์ความรู้ทั้งด้านพืชและดินมาผนวกกันจัดทำเป็นฐานข้อมูลให้คำแนะนำการใส่ปุ๋ยที่ถูกชนิดและในอัตราที่เหมาะสมต่อความต้องการของพืชและตรงกับศักยภาพของดินโดยมีหลักคิดที่สำคัญว่าต้องเป็นเทคโนโลยีที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ทั้งด้านพืช ดิน และปุ๋ย ได้อย่างครบถ้วนสะดวกรวดเร็วมีความแม่นยำ  ใช้งานง่าย ที่สำคัญต้องประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายให้เกษตรกร