เรียนเกษตรง่ายๆกับครูชาตรี
แนวคิดในการกำจัดวัชพืชในสวน
ช่วงนี้สายฝนชุ่มฉ่ำเย็นสบาย มองไปทางไหนต้นไม้ก็เขียวขจี ต้นไม้งาม วัชพืชในสวนก็งอกงามตามไปด้วย วัชพืชเหล่านี้บางชนิดก็เป็นวัชพืชดีคือ คลุมดิน ป้องกันการกัดเซาะดินจากน้ำฝน บางชนิดก็ร้ายคลุมไม้ประธานที่เราปลูก แย่งน้ำแย่งแสงแดดย่างอาหารทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต บางชนิดเป็นแหล่งอาศัยว่างไข่ของแมลงศัตรูพืช
ก่อนที่จะกล่าวถึงแนวทางหรือวิธีการในการป้องกันจำจัดวัชพืชเราควรทำความเข้าใจเสียก่อนว่า วัชพืชคืออะไร คำนิยามง่ายก็คือ พืชที่ขึ้นผิดที่ พืชที่ขึ้นอยู่ในที่ที่คนไม่ต้องการ พืชที่ยังหาประโยชน์ไม่พบ
การจำแนกวัชพืชจะช่วยให้เราวางแผนกำจัดได้ถูกวิธีและลดต้นทุน เราแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ
1.จำแนกตามลักษณะใบ
-วัชพืชใบแคบ เป็นกลุ่มพวกหญ้า และกกชนิดต่างๆ
-วัชพืชใบกว้าง วัชพืชในตระกูลอื่นๆ ทั้งพวกใบเลี้ยงเดี่ยวและใบเลี้ยงคู่ สังเกตจากใบเมื่อแผ่เต็มที่จะกว้าง และมีเส้นใบแบบร่างแห เช่น ผักโขม
2. จำแนกตามระบบนิเวศ
-วัชพืชบก วัชพืชที่ขึ้นอยู่บนพื้นดิน พบอยู่โดยทั่วไปในพื้นที่ทำการเกษตร ที่รกร้างริมถนน
-วัชพืชน้ำ วัชพืชที่มีลำต้น หรือส่วนของลำต้นเจริญเติบโตอยู่ในน้ำ
3. จำแนกตามอายุ
-วัชพืชอายุสั้น มีอายุเพียงฤดูเดียวหรือปีเดียว ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด หลังจากงอก ออกดอก ผลิตเมล็ดแล้วก็ตาย
-วัชพืชข้ามปี มีอายุมากกว่า 2 ฤดู สามารถสร้างส่วนขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศได้อีกนอกเหนือจากการผลิตเมล็ดตามปกติ
เมื่อเรารู้จักลักษณะของวัชพืชแล้วเราจะต้องมาว่างแผนเพื่อกำจัดหรือลดปริมาณ การกำจัดลดปริมาณสามารถทำได้หลายวิธี
1.ใช้เมล็ดพันธุ์สะอาด ไม่มีเมล็ดวัชพืชปะปน
2.การล่อวัชพืช บางครั้งเราจะใช้วิธีไถพรวน เตรียมดินปลูก ให้น้ำ เพื่อล่อให้เมล็ดวัชพืชงอกขึ้นมา เป็นต้นอ่อน ใช้สารที่มีความเข้มช้นสูงเช่น เกลือ น้ำหมักเข้มข้น ฉีดให้ถูกใบของต้นอ่อน จนเกิดอาการยอดไหม้ ใบไหม้ แล้วทำการไถกลบอีกครั้ง
3.การปลูกพืชคลุมดิน เพื่อลดการเจริญเติบโตของวัชพืช
4.การใช้พลาสติกคลุมดินเพื่อปิดกั้นแสง วันนี้เกษตรกรเริ่มใช้วัสดุที่เป็นผ้าพลาสติกที่ถักทอเป็นผืน ที่มีคุณสมบัติ ปิดกันแสงว่างไม่ให้วัชพืชสังเคราะห์แสงได้ ทำให้วัชพืชตาย รดการระเหยของน้ำ แต่น้ำสามารถซึมผ่านได้ อายุการใช้งานหลายปี
5.การใช้แกลบดิบ เพื่อกำจัดวัชพืชประเภทมีหัว หรือเหง้าใต้ดิน เช่นแห้วหมู หญ้าคา วิธีการคือเทแกลบดิบทับลงไปบนวัชพืชเหล่านี้ หนาประมาณ1ฝ่ามือขึ้นไป แกลบเหล่านี้เมื่อเกิดกระบวนการย่อยสลายจะดึงก๊าซออกชิเจนมาใช้ และมีอุณหภูมิสูง ทำให้แห้วหมูและหญ้าคาจะต้องเอาตัวรอด โดยการดันหัวหรือเหง้าขึ้นมาเพื่อรับออกซิเจน พอได้ระยะหนึ่งประมาณ1เดือน จะเกิดอาการหัวลอย เหง้าลอย ทำให้สะดวกในการกำจัด
6.ใช้เครื่องตัดหญ้ารุ่นโบราณมาใช้ เครื่องตัดหญ้าที่ว่าคือห่านครับ ห่าน1ตัวจะกินหญ้าวันละ2-3 กิโลกรัม/ตัว/วัน พื้นที่1 ไร่ ห่าน3-5ตัวสามารถคลุ่มอยู่สบาย ได้ทั้งปุ๋ยจากมูลของห่าน และป้องกันสัตว์มีพิษเช่นงู ตะขาบบุกรุกเข้ามาในสวน แถมเป็นตัวเตือนคนบุกรุกเข้ามาในสวนอีกด้วย
7.การใช้สารเคมีเฉพาะจุด ในแปลงที่มีวัชพืชขึ้นปะปนกันในสวนมีทั้งวัชพืชดีและร้าย การใช้สารเคมีฉีดพ่น จะทำให้วัชพืชที่ดีและร้ายตายกันหมดแปลง เราอาจใช้วิธีกำจัดเฉพาะจุด เช่นถ้ามีวัชพืชใบแคบและใบกว้างขึ้นปะปนกัน เราต้องการกำจัดวัชพืชพวกใบกว้าง เราต้องใช้สารกำจัดวัชพืชพวก2,4-ไดคลอโรฟีนอกซีแอซีติก (2,4-D) ใส่ลงในถังใช้ไม้กวาดอ่อนชุบลงในสารเคมี ป้ายบริเวณที่เราต้องการกำจัด เป็นต้น
8.การกำจัดแบบชีวภาพ
- การใช้เกลือเข้มข้น น้ำเปล่า 20ลิตร เกลือ1กก. ให้เดือดและผสมเข้ากันใช้ฉีดพ่นพวกวัชพืชน้ำ เช่นดอกจอก ผักบุ้ง หรือหญ้าที่เป็นต้นอ่อนเพิ่งงอก ต้นธูปฤษีสามารถใช้ได้แต่ต้องตัดกอให้เสมอน้ำ พอแตกยอดอ่านขึ้นมาก็ฉีดพ่นบ่อยๆสามารถกำจัดได้ระดับหนึ่งแต่ไม่หมด
- ใช้เกลือ1แก้ว +น้ำส้มสายชู 1แก้ว +น้ำ 2ลิตร ผสมนำยาล้างจานเล็กน้อยฉีดพ่นก็พอลดปริมาณวัชพืชได้
วัชพืชไม่ได้ร้ายเสมอไป ถ้าเรามีกำลังแรงกายพอ ให้ถือว่าออกกำลังกาย การตัดโดยใช้เครื่องตัดหญ้า เดือนละ1ครั้ง สิ่งที่จะเกิดกับสวนคือ ปุ๋ยบำรุงพืชชั้นเลิศ ดินร่วนซุย ใต้ผิวดินเต็มเป็นด้วยสัตว์ และแมลงตัวเล็กๆที่ทำหน้าย่อยสลาย สวนของท่านก็จะเริ่มกลายแปลงเกษตรอินทรีย์ตามที่ท่านต้องการ