โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการลำไยเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายกระจายผลผลิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 นายนิรันดร์ มูลธิดา ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายธนสาร ธรรมสอน ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในการประชุม “โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการลำไยเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายกระจายผลผลิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ผู้รวบรวม/ผู้ผลิตลำไย และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการลำไยให้มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีนางสาวอภิวันท์ ธะนะสิทธิศักดิ์ สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ และสหกรณ์จังหวัดเชียงราย ลำพูน ลำปางแพร่ น่าน/พะเยา หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ขบวนการสหกรณ์ผู้รวบรวม/ผู้ผลิตลำไยในจังหวัดภาคเหนือ พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ ณ อาคารหอประชุม ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ ๙ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
“ลำไย” เป็นไม้ผลเศรษฐกิจหลักที่สำคัญของภาคเหนือและเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ซึ่งมีการเพาะปลูกลำไยในพื้นที่ขนาดใหญ่ และมีบทบาทสำคัญต่อรายได้ของเกษตรกรในท้องถิ่น ซึ่งสถานการณ์ลำไยในปัจจุบัน
ที่ประชุมฯ ได้หารือ การบริหารจัดการผลผลิตลำไยที่มีประสิทธิภาพในช่วงฤดูที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปัญหาราคาตกต่ำและผลผลิตล้นตลาด เนื่องจากมีการวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และมีช่องทางการกระจายผลผลิตที่หลากหลายขึ้น นอกจากนี้เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ผู้รวบรวม/ผู้ผลิตลำไย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการบูรณาการในห่วงโซ่อุปทานลำไยอย่างครบวงจร ซึ่งจะช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองและขีดความสามารถในการแข่งขันของลำไยในตลาด
ทั้งนี้ ผู้ตรวจกระทรวงฯ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายสำคัญที่ต้องการให้สหกรณ์เป็นกลไกหลักในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดรวมถึงหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง แนะนำ ส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อให้สหกรณ์ทำหน้าที่ในการส่งเสริมอาชีพ สร้างความกินดีอยู่ดีให้กับประชาชนและเป็นช่องทางในการส่งผ่านความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากภาครัฐไปสู่ประชาชนผ่านระบบสหกรณ์ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายที่มุ่งเน้นการ ยกระดับสินค้าเกษตรและเสริมศักยภาพเกษตรกร ด้วยการผลักดันสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง โดยเน้นการวางแผนการผลิตที่เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาด เพื่อให้มีตลาดรองรับที่แน่นอน และมุ่งสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ตามแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เข้มแข็งต่อไป