นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันทะเลทรายและภัยแล้งโลก ปี 2569 (Desertification & Drought Day 2026) ภายใต้แนวคิด “Rangelands: Recognize. Respect. Restore. ที่ดิน ทุ่งหญ้า ป่าไม้ แหล่งน้ำ: รู้ค่า รักษา ฟื้นฟู” โดยมีนายสุชล แก้วเกาะสะบ้า รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นางอมราพร ชีพสมุทร์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน คณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนจาก 8 กระทรวง และภาคีเครือข่าย 33 หน่วยงาน เข้าร่วมกว่า 130 คน ณ กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live เพื่อสร้างการรับรู้แก่เกษตรกร หมอดินอาสา และประชาชน ถึงความสำคัญของการป้องกันปัญหาที่ดินเสื่อมโทรม การขยายตัวของพื้นที่แห้งแล้ง และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
นายกฤษ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ในฐานะหน่วยงานผู้ประสานงานกลางระดับชาติ (National Focal Agency) ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย (United Nations Convention to Combat Desertification: UNCCD) ได้ขับเคลื่อนการลดความเสื่อมโทรมของที่ดินและบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม อาทิ การวางแผนการใช้ที่ดิน การจัดที่ดินทำกิน การอนุรักษ์ดินและน้ำ การฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม และการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
สำหรับงานวันทะเลทรายและภัยแล้งโลก ปี 2569 ได้กำหนดหัวข้อการจัดงานภายใต้แนวคิด “Rangelands: Recognize. Respect. Restore. ที่ดิน ทุ่งหญ้า ป่าไม้ แหล่งน้ำ: รู้ค่า รักษา ฟื้นฟู” โดยเน้นบทบาทสำคัญของทุ่งหญ้า ซึ่งครอบคลุมพื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นผิวโลก สำหรับประเทศไทย แม้จะอยู่ห่างไกลจากผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับทุ่งหญ้าโดยตรง แต่ยังคงเผชิญปัญหาความเสื่อมโทรมของที่ดินและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันฟื้นฟูที่ดิน ทุ่งหญ้า ป่าไม้ และแหล่งน้ำ ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อันจะนำไปสู่การรักษาสมดุลของระบบนิเวศและความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ
“แม้ว่าธีมหลักของงานวันทะเลทรายและภัยแล้งโลกในปีนี้จะกล่าวถึงความสำคัญของทุ่งหญ้า แต่สำหรับประเทศไทย ทุ่งหญ้าที่สำคัญที่สุดก็คือ ‘ข้าว’ ซึ่งในอดีตถูกพัฒนาสายพันธุ์มาจากหญ้าจนกลายเป็นธัญพืช และปัจจุบันเรามีพื้นที่ปลูกข้าวอยู่ทั่วประเทศกว่า 60 ล้านไร่ กระทรวงเกษตรฯ จึงมุ่งเน้นการรักษา ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ เพื่อรักษาแหล่งผลิตอาหารนี้ไว้ โดยได้รณรงค์ทั้งเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน การบริหารจัดการน้ำ และการลดการเผา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่สะท้อนจุดยืนของกระทรวงฯ ในการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง” นายกฤษ กล่าว
ด้านนายสุชล แก้วเกาะสะบ้า รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า สำนักเลขาธิการ UNCCD กำหนดให้วันที่ 17 มิถุนายนของทุกปี เป็น “วันทะเลทรายและภัยแล้งโลก” โดยในปี 2569 กำหนดหัวข้อ “Rangelands: Recognize. Respect. Restore. ที่ดิน ทุ่งหญ้า ป่าไม้ แหล่งน้ำ: รู้ค่า รักษา ฟื้นฟู” และมีสาธารณรัฐเคนยาเป็นเจ้าภาพหลัก เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของทุ่งหญ้า ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก และกำลังเผชิญผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสื่อมโทรมของที่ดิน
การจัดงานครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการบริหารจัดการน้ำ รับมือภัยแล้ง ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การบรรยายพิเศษ “Rangelands: Recognize. Respect. Restore. Road to COP17” โดยผู้แทนจากสาธารณรัฐประชาชนมองโกเลีย การเสวนาวิชาการ “รู้ค่า รักษา ฟื้นฟู ที่ดิน ทุ่งหญ้า ป่าไม้ แหล่งน้ำ กับอนาคตประเทศไทย” และการจัดนิทรรศการแสดงผลงานของหน่วยงานภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน